มีชาวบ้านแม่ดอกแดงและใกล้เคียงรับเชื่อเป็นคริสเตียนต่อมา
มีิชชันนารีจึงได้รวบรวมแล้วตั้งเป็น "คริสตจักรแม่ดอกแดง" เมื่อวันที่ 25
ธันวาคม ศ.ศ. 1880 มีคริสเตียนเร่ิมแรก 6 คน
โดยหนึ่งในหกคนนั้นคือลุงด้วง คริสเตียนคนแรกของบ้านป่าป้อง
(อยู่ห่างบ้านดอกแดงประมาณ 3 กิโลเมตร)
ลุงด้วงนี้เดิมทีเป็นคนบ้านป่าป้องหลวง แต่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผีก๊ะ
มิชชันนารีได้แนะนำให้ท่านไปบุกเบิกที่ทำกินใหม่ที่บ้านป่าป้องใต้ร้องในปัจจุบัน
ที่บ้านป่าป้องใต้ร้องจึงเกิดชุมชนคริสเตียนและต่อมาตั้งเป็นคริสตจักรศรีพนาลัยถึงทุกวันนี้
วันรุ่งขึ้น (26 ธันวาคม ค.ศ.
1880) มีคริสเตียนผู้ใหญ่อีก 10 คน เด็ก 2 คน
มิชชันนารีที่มาตั้งคริสตจักรคือ ศาสนาจรย์โจนาธาน วิลสัน นายแพทย์แมเรียน
ชีค และนางสาว เอ็ดนา โคล์
คริสจักรนี้ได้รับการเอาใจใส่ดูแลจากมิชชันนารีหลายท่านมีความเจริญขึ้น
พ่อครูหลวงแมคกิลวารีได้บันทึกถึงคริสตจักรแม่ดอกแดงว่าจะได้รับการเจียรนัยเป็น
"เพชรน้ำเอกแห่งล้านนา"
คริสตจักรแห่งได้สร้างสถานนมัสการชั่วคราวแต่ถูกลอบเผาใน ค.ศ. 1884
ต่อมาในปี ค.ศ. 1891 จึงได้สร้างขึ้นมาใหม่
และภายหลังได้มีการสร้างสถานนมัสการทดแทนหลังเดิมที่ทรุดโทรมลงอีกสองครั้งคือปี
ค.ศ. 1929 และครั้งที่สองในปี ค.ศ. 1989 ซึ่งเป็นสถานนมัสการหลังปัจจุบัน
เมื่อสืบสาวเรื่องราวประวัติคริสตจักรแม่ดอกแดงพบว่า
ต้นตระกูลสำคัญของคริสตจักรที่ยังสืบเชื้อสายมาถึงปัจจุบันนี้คือ
ตระกูลมณีศักดิ์ ตามคำบอกเล่ากล่าวว่า แม่อุ้ยออน
ได้พาเด็กชายบุญปั๋นพร้อมกับน้องอีก 2 คน คือ แปงและอี
อพยพจากบ้านสันต้นม่วง (อยู่ทางใต้หมู่บ้านแม่ดอกแดง) มายังบ้านแม่ดอกแดง
เมื่อประมาณปี ค.ศ. 1880 เนื่องจากบิดาคือ หนานยศ เสียชีวิต
และแม่อุ้ยออนรู้สึก"หน่ายผี" ที่ตนเลี้ยงอยู่
ในระยะนี้ครอบครัวแม่อุ้ยออนได้พบกับมิชชันนารี
และคงได้รับเชื่อเป็นคริสเตียนหลังจากนั้นไม่นาน
นายบุญปั๋น มณีศักดิ์
หรือภายหลังได้เป็นแสนเรืองบุญและขุนฉิมพลีเรื่องบุญตามลำดับเป็นผู้นำการปกครองหมู่บ้านคนสำคัญคนหนึ่งในอำเภอดอยสะเก็ด
ท่านเกิดเมือ่ประมาณปี ค.ศ. 1867 ที่บ้านสันต้นม่วง
ในสมัยเด็กมีสภาพชีวิตที่ยากลำบากเนื่องจากบิดาเสียชีวิตในขณะที่บุญปั๋นอายุได้
13 ปี ต้องมาทำมาหารับจ้างเพื่อเลี้ยงน้อง
มิชชันนารีได้มองเห็นถึงความดีและความขยันขันแข็งจึงได้ให้เงินมาซื้อนาไว้เป็นที่ทำกิน
นายบุญปั๋น แต่งงานครั้งแรกกับนางจันทร์สม คริสเตียนบ้านป่าป้องใต้ร้อง
มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือนางชุ่มใจ๋ นายคำปัน และนางสุดใจ๋
ต่อมานางจันทร์สมเสียชีวิต
นายบุญปั๋นจึงได้แต่งงานครั้งที่สองกับนางสาวยอดหรือครูยอดเรือน เมื่อปี
ค.ศ. 1902 มีบุตรด้วยกันสองคนคือนางสาวศรีมุกข์ (อินทะพันธ์)
และนางสาวศรีทอง(ริญญา)
แม่ยอดหรือยอดเฮือน
เป็นบุตรสาวของนายมา นางหน้อย ชาวบ้านป่าป้อง เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1877
ครอบครัวนับถือศาสนาพุทธ ขณะที่ท่านมีอายุได้ 8
ขวบได้หนีตามครอบครัวพ่อครูแมคกิลวารีเข้าไปอยู่ในเวียง เชียงใหม่
และเข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนสตรีของมิชชั่น
เมือ่เรียนอยู่ชั้นสูงได้เป็นครูช่วยสอนในโรงเรียนด้วย
นางสาวยอดได้ใช้ชีวิตของการเป็นนักเรียนและครูที่โรงเรียนสตรีของมิชชั่นถึง
17 ปี จึงได้กลับมาอยู่บ้านและแต่งงานกับนายบุญปั๋น
ยังมีสายตระกูลสำคัญอีกตระกูลหนึ่งคืออินทะพันธู์
สืบเชื้อสายมาจากเฒ่าแก่หนานอินต๊ะ ผู้เป็นคริสเตียนคนแรกในล้านนา
ท่านได้ย้ายครอบครัวจากคริสตจักรเบ็ธเลเฮ็ม บ้านปากกอง สารภี
มาตั้งรกรากใหม่ในบริเวณใกล้กับบ้านแม่ดอกแดงในปี ค.ศ. 1882
แต่ยังไม่ได้ย้ายสมาชิกภาพมาอยู่คริสตจักรแม่ดอกแดง
เนื่องจากท่านล้มป่วยลงและถึงแก่กรรมในวันที่ 27 สิงหาคม ปีเดียวกัน
และเข้าใจว่าป้าเป็งภรรยาหม้ายของหนานอินต๊ะได้ย้ายไปอยู่บ้านป่าสักน้อยไม่ห่างจากที่เดิมนัก
เมื่อปี ค.ศ. 1904
มิชชันนารีได้ไปเยี่ยมป้าเป็งที่บ้านป่าสักน้อย
ขณะนั้นมีลูกหลานของเฒ่าแก่หนานอินต๊ะ เป็นคริสเตียนจำนวนกว่า 70 คน
ภายหลังต่อมา (ไม่ทราบปีที่แน่ชัด)
คริสเตียนลูกหลานของเฒ่าแก่หนานอินต๊ะคงย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากในที่แหล่งใหม่ทำกินแหล่งใหม่
มีนายตาคำคริสเตียนสายตระกูลอินทะพันธุ์ ที่ยังอยู่บ้านป่าสักน้อย
ได้แต่งงานกับนางจันทาคนบ้านท่าแม่อี๊ มีบุตรคือนางสาวคำปัน นายมี
นายยอดตา และนายบุญเรียบ ภายหลังยังมีคริสเตียนจากตระกูลอื่นๆ
เข้ามาเกี่ยวพันใน คริสตจักรแม่ดอกแดง โดยการแต่งงาน
การเข้ามาตั้งถิ่นฐานใหม่ หรือมาเป็นสมาชิก เช่น ตระกูลกวงแหวน
ตระกูลไชยประคอง อุสุยะ เจริญบุญ เขตแก้วเวียงจันทร์ โชติชะวงค์ ศรีวิเศษ
สวอนสัน และพงศ์อุดม เป็นต้น
การดูแลคริสตจักรแม่ดอกแดงในสมัยก่อนนั้น
มีมิชชันนารีหลายท่านเข้ามารับผิดชอบซึ่งนอกจากศาสนาจารย์แมคกิลวารี
ศาสนาจารย์วิลสัน นางสาวโคล์และนายแพทย์ชีคแ้วยังมีมิชชันนารีท่านอื่นๆ
อาทิ ครอบครัวศาสนาจารย์ซามูเอล นาง ซาราห์ พีเพิลส์ศาสนาจารย์ดอดด์
ศาสนาจารย์สแตนเลย์ เฟรนเนอร์ และศาสนาจารย์วิลเลียม แฮริส หรือ
"พ่อครูแฮริส"
(ผู้อำนวยการโรงเรียนชายวังสิงห์คำซึ่งต่อมาคือโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย)
ท่านเป็นผู้รับผิดชอบดูแลคริสตจักรนี้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1898 จนถึง ค.ศ. 1934
ได้ส่งเสริมให้คริสตจักรตั้งโรงเรียนทั้งที่บ้านแม่ดอกแดงและบ้านป่าสักน้อย
เมื่อทางรัฐบาลสยามออกพระราชบัญญัติประถมศึกษา ค.ศ. 1921
โรงเรียนทั้งสองแห่งต้องยุบเลิกไป
เพราะไม่สามารถหาครูใหญ่ตามกำหนดในพระราชบัญญัติได้ แต่ภายหลังต่อมา
ศาสนาจารย์แฮริสยังสนับสนุนให้เปิดโรงเรียนที่ชุมชนคริสเตียนบ้านป่าป้องใต้ร้องด้วย
คริสจักรแม่ดอกแดงมีศิษยาภิบาลหรือ
"เจ้าอาวาสคริสตจักร" คนแรกคือศาสนาจารย์น้อยวงศ์ เมื่อ ค.ศ. 1893 - 1897
มิชชันนารีกล่าวว่าท่านเป็นชาวบ้าน
ดอกแดงและเป็นลูกเขยของเฒ่าแก่หนานอินต๊ะ
และมีศิษยาภิบาลอีกท่านหนึ่งในช่วงปี ค.ศ. 1983 - 1944 คือศาสนาจารย์อิ่น
แผ่นชัยภูมิ ตลอดประวัติศาสตร์กว่าร้อยปีของคริสตจักรนี้มีศิษยาภิบาลจริงๆ
เพียง 2 ท่านเท่านั้น คนแรกคือ ศาสนาจารย์น้อยวงศ์ เมื่อ ค.ศ. 1893 - 1897
มิชชันนารี กล่าวว่าท่านเป็นชาวบ้านดอกแดง
และเป็นลูกเขยของเฒ่าแก่หนานอินต๊ะ และมีศิษยาภิบาลอีกท่านหนึ่งในช่วงปี
ค.ศ. 1938 - 1944 คือศาสนาจารย์อิ่น แผ่นชัยภูมิ
ตลอดประวัติศาสตร์กว่าร้อยปีของคริสตจักรนี้มีศิษยาภิบาลจริงๆ เพียง 2
ท่านเท่านั้น
ในปี ค.ศ. 1933
ผู้นำคริสตจักรได้เปลี่ยนชื่อคริสตจักรแม่ดอกแดงเป็น
"คริสตจักรสุวรรณดวงฤทธิ์"
โดยตั้งชื่อเป็นอนุสรณ์แด่หนานสุวรรณกับนายด้วงผู้เป็นคริสเตียนเริ่มแรกรวมทั้งพ่อครูแฮริส
ผู้ดูแลคริสตจักรมายาวนานที่สุด
เดิมทีคริสจักรนี้มีสมาชิกส่วนใหญ่จากบ้านป่าป้องด้วย แต่เมื่อถึงปี ค.ศ.
1949 คริสเตียนบ้านป่าป้องได้แยกออกไปตั้งคริสตจักรของตนเองใช้ชื่อว่า
"คริสตจักรศรีพนาลัย" สืบต่อมา คริสตจักรสุวรรณดวงฤทธิ์
จึงเหลือสมาชิกน้อยลง
และเกือบทั้งหมดเป็นเครือญาติสืบทอดสายตระกูลมณีศักดิ์เป็นหลัก
หมายเหตุ ศึกษาข้อมูลรายละเอียดได้ใน ประสิทธิ์ พงศ์อุดม.
"ป้อเก้า แม่เดิม" : ประวัติศาสตร์ชุมชนคริสเตียนเขตดอยสะเก็ด. กรุงเทพฯ : ชวนพิมพ์, 1993.

< ===== กลับสู่หน้าหลัก
http://oss.nn.nstda.or.th ท้องถิ่นโอเพ่นซอร์ส