คริสตจักรสุวรรณดวงฤทธิ์
SuwanDuangRit Church



เรื่องเล่าเมื่อวันวาน
ประวัติคริสตจักรสุวรรณดวงฤทธิ์ (ดอกแดง)

รวบรวมโดย อ.ประสิทธิ พงษ์อุดม
ที่ปรึกษาคณะธรรมกิจ คริสตจักรสุวรรณดวงฤิทธิ์
นักวิจัยฝ่่ายประวัติศาสตร์ หน่วยงานจดหมายเหตุและประวัติศาสตร์ สภาคริสตจักรในประเทศไทย




                คริสจักรสุวรณดวงฤิทธิ์ ตั้งอยู่ที่บ้านดอกแดง หมู่ 1 ต.สง่าบ้าน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ บ้านดอกแดงหรือบ้านแม่ดอกแดงในอดีตเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในอำเภอดอยสะเก็ด สมัยก่อนถ้าจะเดินทางจากเวียงเชียงใหม่มาหมู่บ้านนี้ต้องใช้ม้าหรือช้างและใช้เวลาเดินทางหนึ่งวัน กำเนิดของหมู่บ้านนี้ไม่มีบันทึกว่าเกิดขึ้นเมื่อไร แต่เข้าใจว่าเป็นหมู่บ้านเก่า มีอายุประมาณ 200 ปี เดิมที่มีชาวลื้อจากเวียงเชียงแสนอาศัยอยู่ตั้งแต่สมัยพระเจ้ากาวิละปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์เจ้าเจ็ดตนผู้ปกครองเมืองเชียงใหม่ แต่เมื่อราวเกือบ 120 ปีก่อน ต้องอพยพกลับไป "สร้างบ้านแปงเมือง" ที่เชียงแสน ตามนโยบายฟื้นฟูบ้านเมืองในสมัยรัชการที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จากนั้นคงมีผู้คนจากลำพูนอพยพหนีความแห้งแล้งมาอยู่ที่บ้านแม่ดอกแดง ดังที่ผู้เฒ่าผู้แก่กล่าวถึงชื่อเดิมของหมู่บ้านว่า "แม่ดอกแดงสันลำพูน" ปัจจุบันชาวบ้านดอกแดงถือตนเองว่าเป็น"คนเมือง"ทั้งสิ้น


            คริสต์ศาสนาเข้ามาสู่บ้านดอกแดงราวปี ค.ศ. 1875(พ.ศ.2418) เมื่อศาสนาจารย์แดเนียล แมคกิลวารี หรือที่ชาวบ่้านเรียกว่า "พ่อครูหลวง" ผู้บุกเบิกประกาศคริสต์ศาสนาในเชียงใหม่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1867 ได้ชักนำแสนคำ หัวหน้าข้าทาสของเจ้าเทพไกรสร (พระชายาของพระเจ้าอินทรวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่) ให้หันมานับถือคริสต์ศาสนา แต่ท่านยังไม่รับเชื่อเป็นคริสเตียนเพราะเจ้านายและญาติพี่น้องไม่ยอม ช่วงเดียวกันนี้ ก็มีคนบ้านแม่ดอกแดงสนใจคริสต์ศาสนา เช่นหนานปัญญา หนานอินตา และหนานสุวรรณ แต่คนที่รับเชื่อเป็นคริสเตียนคนแรกของหมู่บ้านคือหนานสุวรรณ
            หนานสุวรรณเป็นผู้สืบเชื้อสายชาวลื้อ เชียงแสน ที่ถูกกวาดต้อนมาตั้งแต่สมัยพระเจ้ากาวิละ ท่านรับเชื่อและรับบัพติสมาหรือพิธีรับศีลประกาศตัวเป็นคริสเตียนในวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 1877 เจ้าอุปราชเชียงใหม่มาร่วมในพิธีรับบัพติสมาของท่านด้วย ปีต่อมาป้าเรือนคำ(ลูกสาวท้าวแก้ว หัวหน้าหมู่บ้านแม่ดอกแดง) ภรรยาของหนานสุวรรณได้รับศิลบัพติสมาเป็นคริสเตียน แต่ในปี ค.ศ. 1879 ครอบครัวหนานสุวรรณต้องอพยพไปตั้งบ้านเรือนประกาศเรื่องราวของคริสต์ศาสนาที่เชียงแสน พร้อมด้วยชาวเชียงแสนจากเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง จำนวน 2,500 คน ดังนั้น ชื่อของท่านจึงเหมือนเป็นตำนานของคริสตจักรแห่งนี้เพราะไม่มีผู้สืบเชื้อสายลงมาถึงปัจจุบัน


        มีชาวบ้านแม่ดอกแดงและใกล้เคียงรับเชื่อเป็นคริสเตียนต่อมา มีิชชันนารีจึงได้รวบรวมแล้วตั้งเป็น "คริสตจักรแม่ดอกแดง" เมื่อวันที่ 25  ธันวาคม ศ.ศ. 1880 มีคริสเตียนเร่ิมแรก 6 คน โดยหนึ่งในหกคนนั้นคือลุงด้วง คริสเตียนคนแรกของบ้านป่าป้อง (อยู่ห่างบ้านดอกแดงประมาณ 3 กิโลเมตร) ลุงด้วงนี้เดิมทีเป็นคนบ้านป่าป้องหลวง แต่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผีก๊ะ มิชชันนารีได้แนะนำให้ท่านไปบุกเบิกที่ทำกินใหม่ที่บ้านป่าป้องใต้ร้องในปัจจุบัน ที่บ้านป่าป้องใต้ร้องจึงเกิดชุมชนคริสเตียนและต่อมาตั้งเป็นคริสตจักรศรีพนาลัยถึงทุกวันนี้
        วันรุ่งขึ้น (26 ธันวาคม ค.ศ. 1880) มีคริสเตียนผู้ใหญ่อีก 10 คน เด็ก 2 คน มิชชันนารีที่มาตั้งคริสตจักรคือ ศาสนาจรย์โจนาธาน วิลสัน นายแพทย์แมเรียน ชีค และนางสาว เอ็ดนา โคล์ คริสจักรนี้ได้รับการเอาใจใส่ดูแลจากมิชชันนารีหลายท่านมีความเจริญขึ้น พ่อครูหลวงแมคกิลวารีได้บันทึกถึงคริสตจักรแม่ดอกแดงว่าจะได้รับการเจียรนัยเป็น "เพชรน้ำเอกแห่งล้านนา" คริสตจักรแห่งได้สร้างสถานนมัสการชั่วคราวแต่ถูกลอบเผาใน ค.ศ. 1884 ต่อมาในปี ค.ศ. 1891 จึงได้สร้างขึ้นมาใหม่ และภายหลังได้มีการสร้างสถานนมัสการทดแทนหลังเดิมที่ทรุดโทรมลงอีกสองครั้งคือปี ค.ศ. 1929 และครั้งที่สองในปี ค.ศ. 1989 ซึ่งเป็นสถานนมัสการหลังปัจจุบัน
        เมื่อสืบสาวเรื่องราวประวัติคริสตจักรแม่ดอกแดงพบว่า ต้นตระกูลสำคัญของคริสตจักรที่ยังสืบเชื้อสายมาถึงปัจจุบันนี้คือ ตระกูลมณีศักดิ์ ตามคำบอกเล่ากล่าวว่า แม่อุ้ยออน ได้พาเด็กชายบุญปั๋นพร้อมกับน้องอีก 2 คน คือ แปงและอี อพยพจากบ้านสันต้นม่วง (อยู่ทางใต้หมู่บ้านแม่ดอกแดง) มายังบ้านแม่ดอกแดง เมื่อประมาณปี ค.ศ. 1880 เนื่องจากบิดาคือ หนานยศ เสียชีวิต และแม่อุ้ยออนรู้สึก"หน่ายผี" ที่ตนเลี้ยงอยู่ ในระยะนี้ครอบครัวแม่อุ้ยออนได้พบกับมิชชันนารี และคงได้รับเชื่อเป็นคริสเตียนหลังจากนั้นไม่นาน
        นายบุญปั๋น มณีศักดิ์ หรือภายหลังได้เป็นแสนเรืองบุญและขุนฉิมพลีเรื่องบุญตามลำดับเป็นผู้นำการปกครองหมู่บ้านคนสำคัญคนหนึ่งในอำเภอดอยสะเก็ด ท่านเกิดเมือ่ประมาณปี ค.ศ. 1867 ที่บ้านสันต้นม่วง ในสมัยเด็กมีสภาพชีวิตที่ยากลำบากเนื่องจากบิดาเสียชีวิตในขณะที่บุญปั๋นอายุได้ 13 ปี ต้องมาทำมาหารับจ้างเพื่อเลี้ยงน้อง มิชชันนารีได้มองเห็นถึงความดีและความขยันขันแข็งจึงได้ให้เงินมาซื้อนาไว้เป็นที่ทำกิน นายบุญปั๋น แต่งงานครั้งแรกกับนางจันทร์สม คริสเตียนบ้านป่าป้องใต้ร้อง มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือนางชุ่มใจ๋ นายคำปัน และนางสุดใจ๋ ต่อมานางจันทร์สมเสียชีวิต นายบุญปั๋นจึงได้แต่งงานครั้งที่สองกับนางสาวยอดหรือครูยอดเรือน เมื่อปี ค.ศ. 1902 มีบุตรด้วยกันสองคนคือนางสาวศรีมุกข์ (อินทะพันธ์) และนางสาวศรีทอง(ริญญา)
        แม่ยอดหรือยอดเฮือน เป็นบุตรสาวของนายมา นางหน้อย ชาวบ้านป่าป้อง เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1877 ครอบครัวนับถือศาสนาพุทธ ขณะที่ท่านมีอายุได้ 8 ขวบได้หนีตามครอบครัวพ่อครูแมคกิลวารีเข้าไปอยู่ในเวียง เชียงใหม่ และเข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนสตรีของมิชชั่น เมือ่เรียนอยู่ชั้นสูงได้เป็นครูช่วยสอนในโรงเรียนด้วย นางสาวยอดได้ใช้ชีวิตของการเป็นนักเรียนและครูที่โรงเรียนสตรีของมิชชั่นถึง 17 ปี จึงได้กลับมาอยู่บ้านและแต่งงานกับนายบุญปั๋น
        ยังมีสายตระกูลสำคัญอีกตระกูลหนึ่งคืออินทะพันธู์ สืบเชื้อสายมาจากเฒ่าแก่หนานอินต๊ะ ผู้เป็นคริสเตียนคนแรกในล้านนา ท่านได้ย้ายครอบครัวจากคริสตจักรเบ็ธเลเฮ็ม บ้านปากกอง สารภี มาตั้งรกรากใหม่ในบริเวณใกล้กับบ้านแม่ดอกแดงในปี ค.ศ. 1882 แต่ยังไม่ได้ย้ายสมาชิกภาพมาอยู่คริสตจักรแม่ดอกแดง เนื่องจากท่านล้มป่วยลงและถึงแก่กรรมในวันที่ 27 สิงหาคม ปีเดียวกัน และเข้าใจว่าป้าเป็งภรรยาหม้ายของหนานอินต๊ะได้ย้ายไปอยู่บ้านป่าสักน้อยไม่ห่างจากที่เดิมนัก
        เมื่อปี ค.ศ. 1904 มิชชันนารีได้ไปเยี่ยมป้าเป็งที่บ้านป่าสักน้อย ขณะนั้นมีลูกหลานของเฒ่าแก่หนานอินต๊ะ เป็นคริสเตียนจำนวนกว่า 70 คน ภายหลังต่อมา (ไม่ทราบปีที่แน่ชัด) คริสเตียนลูกหลานของเฒ่าแก่หนานอินต๊ะคงย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากในที่แหล่งใหม่ทำกินแหล่งใหม่ มีนายตาคำคริสเตียนสายตระกูลอินทะพันธุ์ ที่ยังอยู่บ้านป่าสักน้อย ได้แต่งงานกับนางจันทาคนบ้านท่าแม่อี๊ มีบุตรคือนางสาวคำปัน นายมี นายยอดตา และนายบุญเรียบ ภายหลังยังมีคริสเตียนจากตระกูลอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวพันใน คริสตจักรแม่ดอกแดง โดยการแต่งงาน การเข้ามาตั้งถิ่นฐานใหม่ หรือมาเป็นสมาชิก เช่น ตระกูลกวงแหวน ตระกูลไชยประคอง อุสุยะ เจริญบุญ เขตแก้วเวียงจันทร์ โชติชะวงค์ ศรีวิเศษ สวอนสัน และพงศ์อุดม เป็นต้น
        การดูแลคริสตจักรแม่ดอกแดงในสมัยก่อนนั้น มีมิชชันนารีหลายท่านเข้ามารับผิดชอบซึ่งนอกจากศาสนาจารย์แมคกิลวารี ศาสนาจารย์วิลสัน นางสาวโคล์และนายแพทย์ชีคแ้วยังมีมิชชันนารีท่านอื่นๆ อาทิ ครอบครัวศาสนาจารย์ซามูเอล นาง ซาราห์ พีเพิลส์ศาสนาจารย์ดอดด์ ศาสนาจารย์สแตนเลย์ เฟรนเนอร์ และศาสนาจารย์วิลเลียม แฮริส หรือ "พ่อครูแฮริส" (ผู้อำนวยการโรงเรียนชายวังสิงห์คำซึ่งต่อมาคือโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย) ท่านเป็นผู้รับผิดชอบดูแลคริสตจักรนี้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1898 จนถึง ค.ศ. 1934 ได้ส่งเสริมให้คริสตจักรตั้งโรงเรียนทั้งที่บ้านแม่ดอกแดงและบ้านป่าสักน้อย เมื่อทางรัฐบาลสยามออกพระราชบัญญัติประถมศึกษา ค.ศ. 1921 โรงเรียนทั้งสองแห่งต้องยุบเลิกไป เพราะไม่สามารถหาครูใหญ่ตามกำหนดในพระราชบัญญัติได้ แต่ภายหลังต่อมา ศาสนาจารย์แฮริสยังสนับสนุนให้เปิดโรงเรียนที่ชุมชนคริสเตียนบ้านป่าป้องใต้ร้องด้วย
        คริสจักรแม่ดอกแดงมีศิษยาภิบาลหรือ "เจ้าอาวาสคริสตจักร" คนแรกคือศาสนาจารย์น้อยวงศ์ เมื่อ ค.ศ. 1893 - 1897 มิชชันนารีกล่าวว่าท่านเป็นชาวบ้าน ดอกแดงและเป็นลูกเขยของเฒ่าแก่หนานอินต๊ะ และมีศิษยาภิบาลอีกท่านหนึ่งในช่วงปี ค.ศ. 1983 - 1944 คือศาสนาจารย์อิ่น แผ่นชัยภูมิ ตลอดประวัติศาสตร์กว่าร้อยปีของคริสตจักรนี้มีศิษยาภิบาลจริงๆ เพียง 2 ท่านเท่านั้น คนแรกคือ ศาสนาจารย์น้อยวงศ์ เมื่อ ค.ศ. 1893 - 1897 มิชชันนารี กล่าวว่าท่านเป็นชาวบ้านดอกแดง และเป็นลูกเขยของเฒ่าแก่หนานอินต๊ะ และมีศิษยาภิบาลอีกท่านหนึ่งในช่วงปี ค.ศ. 1938 - 1944 คือศาสนาจารย์อิ่น แผ่นชัยภูมิ ตลอดประวัติศาสตร์กว่าร้อยปีของคริสตจักรนี้มีศิษยาภิบาลจริงๆ เพียง 2 ท่านเท่านั้น
        ในปี ค.ศ. 1933 ผู้นำคริสตจักรได้เปลี่ยนชื่อคริสตจักรแม่ดอกแดงเป็น "คริสตจักรสุวรรณดวงฤทธิ์" โดยตั้งชื่อเป็นอนุสรณ์แด่หนานสุวรรณกับนายด้วงผู้เป็นคริสเตียนเริ่มแรกรวมทั้งพ่อครูแฮริส ผู้ดูแลคริสตจักรมายาวนานที่สุด เดิมทีคริสจักรนี้มีสมาชิกส่วนใหญ่จากบ้านป่าป้องด้วย แต่เมื่อถึงปี ค.ศ. 1949 คริสเตียนบ้านป่าป้องได้แยกออกไปตั้งคริสตจักรของตนเองใช้ชื่อว่า "คริสตจักรศรีพนาลัย" สืบต่อมา คริสตจักรสุวรรณดวงฤทธิ์ จึงเหลือสมาชิกน้อยลง และเกือบทั้งหมดเป็นเครือญาติสืบทอดสายตระกูลมณีศักดิ์เป็นหลัก


หมายเหตุ ศึกษาข้อมูลรายละเอียดได้ใน ประสิทธิ์ พงศ์อุดม. "ป้อเก้า แม่เดิม" : ประวัติศาสตร์ชุมชนคริสเตียนเขตดอยสะเก็ด. กรุงเทพฯ : ชวนพิมพ์, 1993.


   < ==== กลับสู่หน้าหลัก
www.sangaban.org
ท้องถิ่นโอเพ่นซอร์ส